พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้

ขายดีบน TikTok แต่พลาดเรื่องภาษี อาจถูกเรียกย้อนหลัง

การขายสินค้าผ่าน TikTok Shop, Facebook, Shopee, Lazada และช่องทางออนไลน์ ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน และสามารถพัฒนาจากร้านค้าเล็ก ๆ ไปสู่การมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเองได้

แต่เมื่อยอดขายเติบโต สิ่งที่ต้องเติบโตตามไปด้วยคือ ระบบบัญชี ภาษี และการจัดเก็บเอกสาร

กรณีแม่ค้าออนไลน์ที่เคยเป็นข่าว ถูกประเมินภาษีย้อนหลังกว่า 13 ล้านบาท ก่อนดำเนินการตามกระบวนการจนเหลือยอดชำระประมาณ 5 ล้านบาทกว่า สาเหตุสำคัญตามข้อมูลในข่าวไม่ได้เกิดจากการขายในนามบุคคลธรรมดาโดยตรง แต่เกิดจากการพลาดเรื่องการจด VAT เมื่อรายรับเกินเกณฑ์ แม้เจ้าของร้านจะยื่นภาษีเงินได้ตามปกติแล้วก็ตาม

กรณีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ

  • พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์
  • ผู้ขายสินค้าผ่าน TikTok Shop
  • ผู้ที่กำลังสร้างแบรนด์สินค้า
  • เจ้าของแบรนด์ OEM
  • Creator ที่เริ่มพัฒนาสินค้าของตัวเอง
  • เจ้าของร้านที่กำลังขยายจากการรับสินค้ามาขาย ไปสู่การผลิตสินค้าในชื่อแบรนด์ของตัวเอง

เพราะเมื่อร้านเริ่มขายดี การดูเฉพาะจำนวนออเดอร์หรือเงินที่แพลตฟอร์มโอนเข้าบัญชีอาจไม่เพียงพอ เจ้าของร้านต้องรู้ว่ารายรับสะสมของกิจการอยู่ที่เท่าไร และเริ่มเข้าเงื่อนไขภาษีประเภทใดแล้วบ้าง

จากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ สู่เจ้าของแบรนด์ ต้องเตรียมระบบให้ทันการเติบโต

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำนวนมากเริ่มธุรกิจจากการรับสินค้ามาขาย เปิดร้านผ่านบัญชีส่วนตัว และใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวรับเงิน

รูปแบบนี้อาจเพียงพอในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อธุรกิจเริ่มมีออเดอร์ต่อเนื่อง มีการผลิตสินค้าในชื่อแบรนด์ตัวเอง หรือขยายไปหลายแพลตฟอร์ม ระบบเดิมอาจทำให้ตรวจสอบข้อมูลได้ยากขึ้น

ตัวอย่างปัญหาที่มักเกิดขึ้น ได้แก่

  • เงินธุรกิจและเงินส่วนตัวปะปนกัน
  • ไม่ทราบยอดขายรวมจากทุกช่องทาง
  • ดูเฉพาะยอดเงินที่แพลตฟอร์มโอนให้
  • ไม่ได้รวมยอดขายจาก Facebook, LINE และ Marketplace
  • ไม่มีหลักฐานต้นทุนสินค้าและค่าผลิต
  • ไม่มีใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีจากค่าใช้จ่าย
  • ไม่ทราบว่ารายรับสะสมเกินเกณฑ์ VAT แล้ว
  • ตั้งราคาสินค้าโดยไม่ได้คำนึงถึงภาษี
  • ไม่ได้แยกออเดอร์สำเร็จ ออเดอร์ยกเลิก และการคืนสินค้า

หากกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้น VAT มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกินเกณฑ์ โดยพิจารณาจาก รายรับ ไม่ใช่กำไรหลังหักต้นทุน

ก่อนผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเอง ควรวางแผนต้นทุนและภาษีอย่างไร

การเริ่มสร้างแบรนด์ OEM ไม่ควรพิจารณาเพียงราคาผลิตต่อชิ้น แต่ควรพิจารณาต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจนสินค้าถึงมือลูกค้า เช่น

  • ค่าพัฒนาสูตร
  • ค่าผลิตสินค้า
  • ค่าบรรจุภัณฑ์
  • ค่าออกแบบฉลาก
  • ค่าขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวข้อง
  • ค่าขนส่งจากโรงงาน
  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
  • ค่าคอมมิชชัน Affiliate
  • คูปองและส่วนลด
  • ค่าโฆษณาและผลิตคอนเทนต์
  • ภาษีที่เกี่ยวข้อง

หากเจ้าของแบรนด์ไม่ได้คำนวณค่าใช้จ่ายเหล่านี้ตั้งแต่ต้น อาจตั้งราคาขายต่ำเกินไป เมื่อธุรกิจเข้าเกณฑ์ VAT หรือมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น กำไรที่วางไว้ก็อาจไม่เพียงพอ

ผู้ที่กำลังเปลี่ยนจากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มาเป็นเจ้าของแบรนด์ จึงควรวางแผนพร้อมกัน 3 เรื่อง

สินค้าและการผลิต

+

ต้นทุนและราคาขาย

+

บัญชีและภาษี

=

ธุรกิจที่พร้อมเติบโต

Irene Quality Plus สามารถช่วยให้คำปรึกษาในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OEM การวางแผนสินค้า การผลิต และบรรจุภัณฑ์ ส่วนรายละเอียดด้านบัญชี ภาษี และรูปแบบการจดทะเบียน ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีโดยตรง

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่กำลังสร้างแบรนด์

  • แยกบัญชีรับเงินของร้านออกจากบัญชีส่วนตัว
  • รวมยอดขายจาก TikTok, Shopee, Lazada, Facebook และ LINE
  • ดาวน์โหลดรายงานจากแพลตฟอร์มทุกเดือน
  • บันทึกยอดขายก่อนหักค่าธรรมเนียม
  • แยกออเดอร์สำเร็จ ยกเลิก และคืนเงิน
  • เก็บหลักฐานต้นทุนการผลิตและบรรจุภัณฑ์
  • เก็บใบเสร็จและใบกำกับภาษีค่าใช้จ่าย
  • ตรวจรายรับสะสมทุกเดือน
  • ปรึกษานักบัญชีเมื่อรายรับใกล้ 1.8 ล้านบาท
  • วางราคาขายโดยคำนึงถึงค่าธรรมเนียมและภาษี
  • ประเมินว่าควรขายในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  • เตรียมระบบบัญชีก่อนผลิตสินค้าล็อตใหญ่

บทสรุป

กรณีภาษีย้อนหลังของแม่ค้าออนไลน์ไม่ได้หมายความว่า การขายผ่าน TikTok Shop หรือการขายในนามบุคคลธรรมดาเป็นเรื่องผิด

บทเรียนสำคัญคือ เมื่อร้านค้าออนไลน์เติบโตจนกลายเป็นธุรกิจหรือแบรนด์เต็มตัว เจ้าของต้องรู้ว่าตนเองมีหน้าที่ทางภาษีอะไรบ้าง โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างภาษีเงินได้กับ VAT

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่กำลังสร้างแบรนด์ไม่ควรรอให้ยอดขายเติบโตแล้วค่อยเริ่มจัดระบบ เพราะการย้อนกลับไปรวบรวมยอดขาย ต้นทุน และเอกสารหลายปีอาจยุ่งยากกว่าการเริ่มบันทึกอย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรก

สร้างแบรนด์ให้พร้อมขาย และวางระบบให้พร้อมโต

Irene Quality Plus พร้อมดูแลด้านการพัฒนาและผลิตสินค้า OEM ตั้งแต่แนวคิดสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการเตรียมสินค้าให้พร้อมออกสู่ตลาด เพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก้าวสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ได้อย่างเป็นระบบ


ติดต่อสอบถามบริการ: